ในบทความนี้
- ความหมายของวีแกนในอาหารและวิถีชีวิต
- ที่มาของคำว่าวีแกนในปี 1944
- ประเภทของมังสวิรัติและความหมายของอาหารจากพืช
- การเลือกอาหารเพื่อดูแลสุขภาพและคอเลสเตอรอล
- การตรวจสอบส่วนประกอบให้ครอบคลุมถึงน้ำซุปและซอส
- รสชาติและเนื้อสัมผัสจากวัตถุดิบที่คุ้นเคย
- การจัดอาหารหลายชนิดให้เป็นหนึ่งมื้อ
- การเลือกอาหารที่ให้โปรตีน
- เหตุผลที่ต้องวางแผนรับวิตามิน B12 แยกต่างหาก
- การดูแลให้ได้รับธาตุเหล็ก แคลเซียม และไอโอดีน
- การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลสารก่อภูมิแพ้
- ความแตกต่างของอาหารปลอดกลูเตนและอาหารที่งดผักกลิ่นฉุนทั้งห้า
- การกินร่วมกันที่บ้านและเมื่อกินอาหารนอกบ้าน
ข้าว ถั่ว เต้าหู้ ผัก และผลไม้ ล้วนเป็นวัตถุดิบคุ้นเคยที่พบได้ในมื้ออาหารวีแกนเช่นกัน อาหารวีแกนใช้วัตถุดิบจากพืชเหล่านี้มาจัดเป็นหนึ่งมื้อ โดยไม่ใช้เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล ตลอดจนนม ไข่ น้ำผึ้ง และอาหารอื่นที่ได้จากสัตว์ ลองเลือกวัตถุดิบโดยนึกถึงรสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหารที่คุณชอบ และเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ ควรพิจารณาทั้งความหลากหลายของอาหารและปริมาณที่กินด้วย
แต่ละคนมีเหตุผลที่เริ่มสนใจอาหารวีแกนต่างกัน บางคนอาจเริ่มใส่ใจวิธีที่มนุษย์ปฏิบัติต่อสัตว์ บางคนอยากปรับมื้ออาหารเพื่อดูแลสุขภาพ หรืออาจเริ่มจากการลองอาหารใหม่กับคนรู้จัก ไม่ว่าจะเริ่มสนใจด้วยเหตุผลใด การเข้าใจความหมายของวีแกนและพิจารณาวัตถุดิบกับสารอาหาร จะช่วยให้เตรียมมื้ออาหารที่เข้ากับชีวิตของตนเองได้ง่ายขึ้น
ความหมายของวีแกนในอาหารและวิถีชีวิต
วีแกนนิซึมในฐานะวิถีชีวิตตั้งอยู่บนแนวคิดที่จะหลีกเลี่ยงการนำสัตว์มาใช้เป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เท่าที่สามารถปฏิบัติได้ เป็นการพิจารณาว่าเราปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไร แล้วนำความใส่ใจนั้นมาประกอบการเลือกในชีวิตประจำวัน สำหรับอาหาร แนวคิดนี้นำไปสู่หลักการไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ มื้ออาหารที่เพิ่มผักกับมื้ออาหารวีแกนจึงต่างกันตรงขอบเขตของวัตถุดิบที่ใช้
เมื่อขยายความสนใจไปยังชีวิตด้านอื่น ก็อาจพิจารณาวัสดุที่ได้จากสัตว์ เช่น หนังและขนสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการทดลองในสัตว์ด้วย เมื่ออธิบายอาหารหนึ่งมื้อ เราดูวัตถุดิบที่ใช้ในอาหาร ส่วนเมื่อพูดถึงวิถีชีวิต เราพิจารณาทางเลือกในชีวิตประจำวันร่วมด้วย คุณอาจเริ่มจากการลองอาหารวีแกน แล้วค่อยเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่สนใจ
อาหารวีแกนมีรสชาติและวิธีปรุงหลากหลาย คุณสามารถเตรียมอาหารที่คุ้นเคย เช่น ข้าวกับน้ำแกงร้อน ๆ เต้าหู้ย่าง หรือซุปถั่ว โดยใช้วิธีย่าง ต้ม หมัก หรือบดวัตถุดิบให้เป็นซอสก็ได้ วันที่อยากกินผักสดอาจเลือกสลัด ส่วนวันที่อยากกินอาหารอุ่น ๆ อาจเลือกเมนูที่มีถั่วและผัก แล้วปรับให้เข้ากับความชอบของตนเอง
สำหรับมื้ออาหาร นอกจากรู้ว่าแนวทางการใช้ชีวิตนั้นเรียกว่าอะไรแล้ว ก็พิจารณาส่วนประกอบของอาหารที่จะกินในวันนี้ได้ มื้อแรกที่ลองไม่จำเป็นต้องเป็นตัวกำหนดวิถีการกินทั้งหมดในอนาคต ลองกินอาหารที่ทำจากวัตถุดิบที่เหมาะกับคุณ แล้วนำส่วนผสมที่ชอบไปใช้กับมื้อถัดไป
ที่มาของคำว่าวีแกนในปี 1944
คำว่าวีแกนเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1944 โดนัลด์ วัตสันและเพื่อนร่วมแนวคิดต้องการคำใหม่เพื่ออธิบายการกินและวิถีชีวิตของผู้กินมังสวิรัติที่ไม่กินผลิตภัณฑ์นม แทนที่จะใช้คำยาว ๆ ว่า “ผู้กินมังสวิรัติที่ไม่กินผลิตภัณฑ์นม” อย่างที่ใช้กันในขณะนั้น จึงนำตัวอักษรสามตัวแรกและสองตัวท้ายของคำว่า vegetarian มารวมเป็น vegan ในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน ยังมีการก่อตั้งองค์กรเพื่อพูดคุยเรื่องการกินและวิถีชีวิตแบบนี้ด้วย
ต่อมา ความหมายของคำนี้พัฒนาไปจากการงดอาหารจากสัตว์ ไปสู่แนวคิดที่พิจารณาวิธีที่มนุษย์นำสัตว์มาใช้ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่การอธิบายวีแกนนิซึมในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องอาหาร อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมและแนวคิดในการหลีกเลี่ยงอาหารจากสัตว์มีอยู่หลายรูปแบบก่อนคำนี้จะเกิดขึ้น ปี 1944 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อและองค์กรในยุคสมัยใหม่ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการกินมังสวิรัติทั้งหมด
เมื่อรู้ที่มาของคำ ก็จะเข้าใจว่าทำไมวีแกนกับมังสวิรัติจึงใช้แทนกันไม่ได้ทั้งหมด ภายในขอบเขตกว้าง ๆ ของการกินมังสวิรัติ อาหารจะแตกต่างกันตามว่ากินผลิตภัณฑ์นมและไข่หรือไม่ ส่วนวีแกนหมายถึงการงดอาหารจากสัตว์ทั้งหมด ดังนั้น เมื่อถามร้านอาหารว่า “มีเมนูมังสวิรัติไหม” กับ “มีเมนูที่ไม่ใส่ผลิตภัณฑ์นม ไข่ และน้ำผึ้งด้วยไหม” สิ่งที่ต้องตรวจสอบจึงต่างกัน
หากคนที่จะกินอาหารด้วยกันยังไม่คุ้นกับคำนี้ ลองอธิบายให้ชัดเจนว่าคุณกินอาหารอะไรได้และต้องการส่วนประกอบแบบใด การบอกว่า “กำลังหาเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากพืชทั้งหมด รวมถึงน้ำซุปและซอสด้วย” จะช่วยให้ผู้เตรียมอาหารรู้ว่าต้องตรวจสอบอะไร เมื่ออธิบายชื่อเรียกของแนวทางการกินแล้วพูดต่อถึงอาหารจริง ก็จะหาเมนูที่เลือกกินร่วมกันได้ง่ายขึ้น
ประเภทของมังสวิรัติและความหมายของอาหารจากพืช
การกินมังสวิรัติแบ่งได้หลายประเภทตามว่ากินผลิตภัณฑ์นม ไข่ และอาหารอื่น ๆ หรือไม่ มังสวิรัติแบบแลคโตโอโวไม่กินเนื้อสัตว์ ปลา และอาหารทะเล แต่กินผลิตภัณฑ์นมและไข่ แบบแลคโตกินผลิตภัณฑ์นมแต่ไม่กินไข่ ส่วนแบบโอโวกินไข่แต่ไม่กินผลิตภัณฑ์นม อาหารวีแกนไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ รวมถึงน้ำผึ้งด้วย เมื่อเตรียมอาหารร่วมกัน จึงควรตรวจสอบวัตถุดิบให้ชัดเจน เช่น ใส่ชีสหรือไข่ได้หรือไม่
ยังมีการกินแบบเพสคาทาเรียนที่กินปลาและอาหารทะเล และแบบเฟล็กซิทาเรียนที่เลือกอาหารจากพืชบ่อยขึ้น พร้อมลดปริมาณและความถี่ในการกินเนื้อสัตว์ ชื่อเหล่านี้ช่วยในการพูดคุยเรื่องส่วนประกอบของมื้ออาหารได้ แต่แต่ละคนอาจใช้คำเหล่านี้ในความหมายต่างกัน เมื่อเตรียมอาหารจึงควรตรวจสอบทั้งส่วนประกอบที่ต้องการและวัตถุดิบที่หลีกเลี่ยง หากเป็นอาหารที่หลายคนกินร่วมกัน ลองคุยให้ครอบคลุมถึงซอสและสิ่งที่โรยหรือตกแต่งบนอาหารด้วย
คำว่า “จากพืช” และคำภาษาอังกฤษว่า plant-based มีขอบเขตต่างกันตามบริบทที่ใช้ บางครั้งหมายถึงอาหารที่ทำจากวัตถุดิบจากพืชเท่านั้น และบางครั้งใช้อธิบายวิถีการกินที่เน้นอาหารจากพืช แต่ยังกินอาหารจากสัตว์บางส่วน การบอกว่าใช้แพตตี้จากพืชไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าขนมปังเบอร์เกอร์และซอสไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ด้วย สำหรับเมนูหรือผลิตภัณฑ์ จึงต้องตรวจสอบส่วนประกอบทั้งหมด
หากยกเบอร์เกอร์เป็นตัวอย่าง คุณสามารถตรวจสอบแพตตี้ ขนมปัง ซอส และท็อปปิงแยกกันได้ แม้แพตตี้จะทำจากถั่ว ขนมปังก็อาจมีนมหรือไข่ และซอสอาจมีมายองเนสทั่วไปหรือชีส ในทางกลับกัน ข้าวสวยหรือถั่วต้มที่คุ้นเคยไม่ได้กลายเป็นอาหารจากสัตว์เพียงเพราะไม่มีคำว่าวีแกนกำกับ ควรสร้างนิสัยในการดูทั้งคำระบุบนฉลากและวัตถุดิบที่ใช้จริง
หลักเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่ออยากปรับอาหารที่บ้าน หากอยากกินอาหารจากพืชบ่อยขึ้น ลองดูส่วนประกอบของกับข้าวที่คุ้นเคย ส่วนหากต้องการเตรียมอาหารวีแกน ต้องงดวัตถุดิบจากสัตว์รวมถึงในเครื่องปรุงและน้ำซุปด้วย เมื่อแยกเป้าหมายให้ชัด ก็จะเห็นว่าต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง การคุยว่าจะใส่วัตถุดิบอะไรในมื้อที่เตรียมวันนี้จึงนำไปใช้ได้จริงมากกว่าการตั้งชื่อให้วิถีการกินของใคร
การเลือกอาหารเพื่อดูแลสุขภาพและคอเลสเตอรอล
อาหารจากพืชเป็นทางเลือกที่พิจารณาได้เมื่ออยากปรับมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ หรือลดคอเลสเตอรอลที่ได้รับจากอาหาร คอเลสเตอรอลจากอาหารพบในอาหารจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม อาหารวีแกนที่ไม่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้จึงเป็นแนวทางที่ตัดแหล่งคอเลสเตอรอลจากอาหารออก คุณอาจลองปรับมื้ออาหารโดยใช้ถั่ว เต้าหู้ ธัญพืช และผัก
ควรแยกคอเลสเตอรอลในอาหารออกจากระดับคอเลสเตอรอลที่ตรวจพบในเลือด คอเลสเตอรอลเป็นสารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์และฮอร์โมน และร่างกายของเราก็สร้างคอเลสเตอรอลที่ต้องการได้เอง ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้รับอิทธิพลจากอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงพันธุกรรมและภาวะสุขภาพด้วย ดังนั้น การไม่กินอาหารจากสัตว์เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าผลตรวจจะเปลี่ยนไปอย่างไร
หากต้องการดูแลระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ควรพิจารณาชนิดของไขมันควบคู่กับคอเลสเตอรอลจากอาหาร การกินไขมันอิ่มตัวมากอาจทำให้คอเลสเตอรอล LDL สูงขึ้น น้ำมันจากพืชอย่างน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์มก็มีไขมันอิ่มตัวมากเช่นกัน เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์วีแกนจึงควรอ่านข้อมูลโภชนาการด้วย ส่วนมื้ออาหารที่ให้ใยอาหารชนิดละลายน้ำจากถั่ว ข้าวโอ๊ต ผลไม้ และอาหารอื่น ๆ อาจช่วยในการดูแลระดับ LDL ได้
หากเริ่มจากการเปลี่ยนอาหารเพียงชนิดเดียว ลองคิดต่อว่าจะกินธัญพืช อาหารที่ให้โปรตีน และผักร่วมกันอย่างไร สำหรับขนมหรือของหวานวีแกนและมื้ออาหารประจำวัน ควรพิจารณาสารอาหารและปริมาณที่กินของแต่ละอย่าง หากกำลังดูแลระดับคอเลสเตอรอล ควรปรึกษาทีมรักษาเรื่องผลตรวจและการปรับอาหารที่จำเป็น และหากอยู่ระหว่างการรักษา ควรแจ้งการเปลี่ยนแปลงอาหารด้วย
การตรวจสอบส่วนประกอบให้ครอบคลุมถึงน้ำซุปและซอส
เมื่อเลือกเมนู หลังจากดูวัตถุดิบหลักแล้ว ควรตรวจสอบส่วนประกอบของน้ำซุปและเครื่องปรุงด้วย ซุปผักอาจใช้น้ำสต็อกจากสัตว์ อาหารผัดอาจใส่น้ำปลา และน้ำสลัดอาจเติมผลิตภัณฑ์นม หากกำลังหาเมนูวีแกน ลองถามว่าร้านใช้วัตถุดิบจากพืชทั้งหมดหรือไม่ รวมถึงน้ำซุป ซอส ไขมันที่ใช้ปรุงอาหาร และสิ่งที่โรยหรือตกแต่งบนอาหาร สำหรับผลิตภัณฑ์ ให้อ่านรายการส่วนประกอบ เวย์และเคซีนเป็นส่วนประกอบที่ได้จากนม ซึ่งอาจพบในโปรตีนบาร์ ผลิตภัณฑ์ชนิดผง และอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์นมที่กำจัดแลคโตสออกแล้วก็ยังทำจากนม จึงต้องแยกคำว่าปราศจากแลคโตสออกจากคำว่าวีแกน
โดยทั่วไป เจลาตินเป็นวัตถุดิบที่ได้จากหนัง กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์ ใช้ทำให้เยลลีหรือของหวานจับตัว และดูจากรูปร่างเพียงอย่างเดียวได้ยากว่ามาจากสัตว์หรือไม่ เมื่อเลือกอาหารวีแกน สามารถตรวจสอบว่าใช้ผงวุ้นหรือวัตถุดิบอื่นที่มาจากพืชแทนหรือไม่ น้ำผึ้งก็เป็นอาหารที่ผึ้งผลิต จึงไม่ใช้ในมื้ออาหารวีแกน สำหรับอาหารที่ต้องการความหวาน ให้เลือกวัตถุดิบอื่นตามการใช้งานและความชอบ
แม้เครื่องดื่มอย่างไวน์และเบียร์จะมีวัตถุดิบหลักจากพืช แต่ก็มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องตรวจสอบ ผู้ผลิตบางรายใช้เจลาติน ไอซิงกลาสที่ได้จากปลา ไข่ขาว หรือเคซีนในกระบวนการทำให้เครื่องดื่มใส ไวน์และเบียร์ไม่ได้ผลิตด้วยวิธีนี้ทั้งหมด จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตว่าเหมาะกับผู้กินวีแกนหรือไม่ การบอกว่าทำจากองุ่นหรือธัญพืชเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันกระบวนการผลิตทั้งหมดได้ เมื่อซื้ออาหาร แทนที่จะพยายามจำชื่อส่วนประกอบทุกชนิด แนะนำให้เริ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่กินบ่อยก่อน เลือกสิ่งที่ตรวจสอบครั้งหนึ่งแล้วนำไปใช้กับมื้อต่อไปได้ เช่น ซีเรียลมื้อเช้า เครื่องดื่มที่กินคู่กัน หรือซอสที่ใช้เป็นประจำ หากพบส่วนประกอบชื่อไม่คุ้นเคยหรือไม่แน่ใจว่ามาจากสัตว์หรือไม่ สามารถถามผู้ผลิตให้ชัดเจนว่าวัตถุดิบนั้นและผลิตภัณฑ์เหมาะกับผู้กินวีแกนหรือไม่ แม้ผลิตภัณฑ์จะคล้ายกัน ก็ไม่ควรถือว่ามีสูตรส่วนผสมเหมือนกัน

รสชาติและเนื้อสัมผัสจากวัตถุดิบที่คุ้นเคย
เมื่อนึกถึงอาหารวีแกน นอกจากคิดว่าจะใช้อะไรแทนเนื้อสัตว์แล้ว ลองนึกถึงรสชาติและเนื้อสัมผัสที่อยากได้ในแต่ละคำด้วย ความรู้สึกที่ได้จากมื้ออาหารจะแตกต่างกันตามว่าคุณเลือกใช้เต้าหู้นุ่มเป็นหลัก ผสมถั่วกับผักเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสเวลาเคี้ยว หรือเสิร์ฟวัตถุดิบย่างคู่กับซอสฉ่ำ ๆ แม้ใช้วัตถุดิบจากพืชชนิดเดียวกัน หากหั่นต่างขนาด ใช้วิธีปรุงต่างกัน หรือกินคู่กับอาหารต่างชนิด ก็ทำให้อาหารออกมาต่างกันได้ การจับคู่ต่อไปนี้เป็นแนวทางสำหรับมื้ออาหารที่ลองทำได้ที่บ้าน
เต้าหู้สามารถหั่นแล้วกินคู่กับเครื่องปรุง หรือย่างเสิร์ฟกับข้าวได้ หากใช้เต้าหู้เนื้อเนียนนุ่ม ก็เหมาะกับมื้อที่แยกซอสและผักไว้ให้กินคู่กัน หากเลือกเต้าหู้เนื้อแน่น ลองหั่นเป็นชิ้นใหญ่แล้วย่าง จากนั้นจัดคู่กับมะเขือเทศหรือแตงกวาหั่นเล็ก เลือกเต้าหู้ตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ แล้วค่อย ๆ เติมเครื่องปรุงรสเค็มและเปรี้ยวเพื่อหารสชาติที่ชอบ
ถั่วก็นำมาใช้ได้หลายวิธี ลองผสมถั่วลูกไก่ต้มกับผักและน้ำสลัด หรือต้มถั่วเลนทิลกับมะเขือเทศแล้วกินคู่กับข้าว หากไม่สะดวกต้มถั่วที่ต้องใช้ทั้งหมดในครั้งเดียว สามารถใช้ผลิตภัณฑ์กระป๋องโดยตรวจสอบส่วนประกอบและเครื่องปรุงก่อน แทนที่จะมองถั่วเป็นเพียงอาหารทดแทนชนิดพิเศษ ลองมองว่าเป็นวัตถุดิบที่จัดร่วมกับข้าวหรือเส้นให้เป็นหนึ่งมื้อ ก็จะนำมาใช้กับอาหารที่กินตามปกติได้ง่ายขึ้น
ผักอย่างเห็ด มะเขือม่วง และแครอตช่วยเพิ่มรูปร่างและสัมผัสเวลาเคี้ยวที่ต่างกันในจานเดียว ลองใช้วัตถุดิบชิ้นใหญ่ร่วมกับวัตถุดิบหั่นเล็ก หรือเสิร์ฟผักที่ปรุงสุกกับผักใบสด ค่อย ๆ เติมสมุนไพร น้ำเลมอน และน้ำมันจากพืชเพื่อปรับรสตามชอบ แทนที่จะคาดหวังว่าผักบางชนิดต้องมีรสเหมือนเนื้อสัตว์ทุกอย่าง ลองดูว่าปรุงวัตถุดิบนั้นในรูปแบบใดแล้วกินได้สะดวกและถูกใจ
หากต้องการซอส ลองใช้ส่วนผสมจากถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช หรือถั่วได้ ผู้ที่ไม่แพ้วัตถุดิบเหล่านี้อาจบดงาหรือถั่วเปลือกแข็งให้ละเอียด ผสมกับน้ำและเครื่องปรุง แล้วปรับความข้นตามต้องการ หากต้องหลีกเลี่ยงถั่วเปลือกแข็ง อาจพิจารณาใช้เต้าหู้หรือถั่วเหลือง แต่หากแพ้ถั่วเหลืองด้วย ก็ต้องเลือกส่วนประกอบแบบอื่น ทุกครั้งที่เปลี่ยนวัตถุดิบ ควรตรวจสอบทั้งความเป็นวีแกนและอาหารที่แต่ละคนต้องหลีกเลี่ยง
หากเตรียมข้าวหน้าเต้าหู้ ลองวางเต้าหู้ชิ้นใหญ่บนข้าว แล้วจัดแตงกวากับมะเขือเทศหั่นเล็กไว้ข้าง ๆ ก็จะได้กินเต้าหู้นุ่มคู่กับผักกรอบ หากแยกน้ำสลัดไว้ คุณอาจเริ่มจากเต้าหู้หนึ่งคำ แล้วคำถัดไปค่อยกินกับผักและซอส จะเพิ่มถั่วหรือเปลี่ยนเป็นผักชนิดอื่นเพื่อปรับส่วนประกอบในชามก็ได้ เป็นวิธีเตรียมอาหารโดยเริ่มจากเนื้อสัมผัสที่ชอบ แทนที่จะต้องหาวัตถุดิบพิเศษตั้งแต่แรก
การจัดอาหารหลายชนิดให้เป็นหนึ่งมื้อ
เมื่อเตรียมอาหารวีแกน ควรใช้วัตถุดิบหลากหลาย ทั้งอาหารอย่างธัญพืชหรือมันฝรั่ง อาหารที่ให้โปรตีนอย่างถั่วและเต้าหู้ รวมถึงผักและผลไม้ สามารถรวมอาหารที่เสริมสารอาหารจำเป็น เช่น แคลเซียม และการเสริมสารอาหารอย่างเหมาะสมไว้ในแผนการกินด้วย แทนที่จะประเมินโภชนาการของหนึ่งมื้อจากชื่อสลัดหรือสีของผักเพียงอย่างเดียว ให้ดูว่ากินอะไรและมากน้อยเพียงใด แม้เป็นอาหารจากพืชเหมือนกัน ส่วนประกอบและปริมาณก็ทำให้มื้ออาหารแตกต่างกันได้
มื้อเช้าอาจลองกินอาหารจากธัญพืชคู่กับเครื่องดื่มจากพืชที่เสริมสารอาหาร เช่น เติมเครื่องดื่มที่คุณกินได้ลงในข้าวโอ๊ต แล้วกินคู่กับผลไม้และถั่วเปลือกแข็งหรือเมล็ดพืช แต่ละผลิตภัณฑ์มีปริมาณโปรตีนและสารอาหารที่เสริมต่างกัน จึงควรอ่านฉลากควบคู่กับชื่อเครื่องดื่ม หากกินขนมปัง อีกวิธีหนึ่งคือเลือกขนมปังที่ตรวจสอบส่วนประกอบแล้ว กินคู่กับสเปรดถั่วบดและผัก
มื้อกลางวันอาจจัดข้าว เต้าหู้หรือถั่ว และผักไว้ในชามเดียวกัน วางเต้าหู้ย่างกับผักสุกบนข้าว แล้วเติมเครื่องปรุงตามต้องการ โดยสามารถเตรียมแต่ละส่วนแยกกันแล้วค่อยนำมาจัดรวม ปรับปริมาณอาหารให้เหมาะกับกิจกรรมและความอยากอาหารของตนเอง แทนที่จะตัดข้าวหรือเส้นออกโดยไม่พิจารณา ควรดูอาหารที่กินตลอดวัน แล้ววางแผนให้ไม่พึ่งวัตถุดิบเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
มื้อเย็นอาจกินอาหารต้มที่มีมะเขือเทศและถั่วคู่กับข้าว หรือกินน้ำแกงที่มีผักและเต้าหู้ร่วมกับธัญพืช โดยตรวจสอบว่าทั้งน้ำซุปพื้นฐานและเครื่องปรุงมาจากพืช หากเตรียมอาหารเส้นหรือพาสต้า ให้ดูส่วนประกอบของเส้นแล้วเพิ่มถั่วและผักเข้าไป การที่เส้นกับซอสเป็นวีแกนเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ามื้อนั้นจะให้สารอาหารทุกชนิดอย่างเพียงพอ
คุณอาจกำหนดอาหารที่จับคู่กันไว้ล่วงหน้าสักสองสามแบบสำหรับวันที่ยุ่ง ลองจดธัญพืชที่กินบ่อย อาหารโปรตีนที่เตรียมสะดวก และผักที่ชอบ แล้วสลับกันจัดเป็นมื้อ แม้กินกับข้าวเต้าหู้แบบเดิมสองวัน ก็เปลี่ยนธัญพืชและผักที่กินคู่กันได้ แทนที่จะวางแผนอาหารละเอียดเกินไป การทำรายการโดยเน้นวัตถุดิบที่ซื้อ เก็บ และกินได้จริง จะช่วยให้เตรียมอาหารต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น
ของว่างและเครื่องดื่มก็นับเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่กินในแต่ละวัน ขนมและของหวานวีแกนอาจมีน้ำตาล ไขมัน และเกลือ จึงไม่ควรใช้คำว่าวีแกนแทนการประเมินคุณค่าทางโภชนาการ คุณสามารถคิดถึงทั้งการกินของว่างที่ชอบและการจัดมื้ออาหารให้หลากหลายไปพร้อมกันได้ แทนที่จะนำอาหารหนึ่งจานที่ชอบเมื่อกินนอกบ้านมาเป็นอาหารประจำทุกวัน ลองสำรวจสิ่งที่เลือกกินบ่อย โดยรวมอาหารและเครื่องดื่มที่กินที่บ้านด้วย

การเลือกอาหารที่ให้โปรตีน
ถั่ว ถั่วเลนทิล ถั่วลูกไก่ เต้าหู้ เทมเป้ ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืช เป็นอาหารที่ให้โปรตีนจากพืช หากต้องการได้รับโปรตีนขณะกินอาหารจากพืช ควรนำอาหารเหล่านี้มาใส่ในมื้อที่กินจริง การคิดว่าอาหารจากพืชคือการกินแต่ผักอาจทำให้มองข้ามวัตถุดิบสำคัญได้ เริ่มจากดูว่าอาหารใดในแต่ละมื้อให้โปรตีน แล้วพิจารณาปริมาณที่กินและส่วนประกอบของอาหารตลอดวัน
ไม่ควรคาดเดาปริมาณโปรตีนจากรูปร่างหรือชื่ออาหารเพียงอย่างเดียว แพตตี้จากพืชและอาหารทดแทนเนื้อสัตว์มีสารอาหารต่างกันตามวัตถุดิบและสูตรส่วนผสม การย่างเห็ดเป็นชิ้นใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะให้สารอาหารเท่ากับเต้าหู้ และเครื่องดื่มจากพืชทุกชนิดก็ไม่ได้มีโปรตีนเท่ากัน สำหรับอาหารแปรรูป ควรตรวจสอบข้อมูลโภชนาการและใช้ร่วมกับอาหารอื่นที่คุ้นเคย เช่น ถั่วและเต้าหู้
เมื่อเตรียมอาหารที่บ้าน หลังจากเลือกข้าวหรือเส้นแล้ว ลองคิดว่าจะกินอาหารโปรตีนอะไรคู่กัน อาจจัดข้าวผสมถั่วกับกับข้าวเต้าหู้ หรือใช้ซอสที่มีถั่วเลนทิลกับพาสต้าแล้วกินผักร่วมด้วย ไม่จำเป็นต้องให้อาหารชนิดเดียวทำหน้าที่ทุกอย่าง เลือกอาหารหลักของมื้อ แล้วเติมวัตถุดิบส่วนอื่นเพื่อหาส่วนผสมที่คุณกินได้สะดวก
ปริมาณอาหารที่ต้องการแตกต่างกันตามการออกกำลังกาย ภาวะสุขภาพ และอายุ หากกินอาหารได้ไม่เพียงพอ หรือต้องจำกัดอาหารบางชนิดมากเพราะภาวะสุขภาพ สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยพิจารณาอาหารที่กินได้ โปรตีนผงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ต้องตรวจสอบส่วนประกอบเช่นกัน และไม่ควรกำหนดปริมาณที่ตนเองต้องการจากการที่ผลิตภัณฑ์เป็นวีแกนเพียงอย่างเดียว การพิจารณาร่วมกับอาหารที่กินตามปกติจะช่วยให้ประเมินได้ตรงกว่า
เหตุผลที่ต้องวางแผนรับวิตามิน B12 แยกต่างหาก
วิตามิน B12 เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพของเลือดและเซลล์ประสาท สำหรับอาหารจากพืชที่ไม่ได้เสริมสารอาหาร การหาแหล่ง B12 ที่เชื่อถือได้นั้นทำได้ยาก หากต้องการกินวีแกนอย่างต่อเนื่อง ควรวางแผนให้ได้รับ B12 อย่างสม่ำเสมอจากอาหารที่เสริมวิตามินนี้หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การกินถั่วและผักให้หลากหลายเป็นเรื่องสำคัญ แต่เพียงเท่านั้นยังไม่ถือว่าได้วางแผนรับ B12 ครบแล้ว
อาหารที่เสริมสารอาหารหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการเติมสารอาหารที่จำเป็นลงไป ผลิตภัณฑ์บางชนิดในกลุ่มซีเรียล เครื่องดื่มจากพืช และยีสต์โภชนาการอาจมีการเติม B12 แม้เป็นอาหารประเภทเดียวกัน ก็ไม่ได้มีวิตามินนี้ทุกผลิตภัณฑ์ จึงต้องตรวจสอบปริมาณ B12 ที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ ไม่ควรสรุปว่ามี B12 เพียงพอเพียงเพราะใช้ชื่อว่ายีสต์โภชนาการหรือเป็นอาหารหมัก ต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์จริงก่อนจึงจะนำไปใช้วางแผนอาหารได้
ควรแยกแผนการรับสารอาหารในชีวิตประจำวันออกจากการรักษาภาวะขาดสารอาหาร เมื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้ตรวจสอบปริมาณที่มีในผลิตภัณฑ์และวิธีรับประทาน พร้อมพิจารณาภาวะสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ การดูแลที่จำเป็นอาจต่างกันตามอายุ ช่วงชีวิต และการดูดซึม จึงไม่ควรใช้ขนาดรับประทานเดียวกันกับทุกคน หากได้รับการวินิจฉัยว่าขาดสารอาหารแล้วหรือมีอาการ ควรให้ทีมรักษาประเมิน แทนที่จะพยายามแก้ด้วยการเลือกอาหารเพียงอย่างเดียว
แผนที่นำไปใช้ควรเป็นสิ่งที่คุณจำและตรวจสอบได้ในชีวิตประจำวัน ลองเก็บฉลากของอาหารที่เสริมสารอาหารซึ่งกินเป็นประจำ หรือติดตามแผนการเสริมสารอาหารที่ตกลงกับผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับบันทึกอาหาร เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ควรถือว่ามีปริมาณสารอาหารเท่ากับผลิตภัณฑ์เดิม หากอยากรักษาการกินแบบใหม่ให้ต่อเนื่อง การวางแผนทั้งอาหารที่งดและสารอาหารที่ต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอจะช่วยได้
การดูแลให้ได้รับธาตุเหล็ก แคลเซียม และไอโอดีน
ธาตุเหล็กในอาหารจากพืชส่วนใหญ่เป็นชนิดนอนฮีม โดยการดูดซึมของร่างกายได้รับอิทธิพลจากชนิดของอาหารและอาหารอื่นที่กินร่วมกัน คุณสามารถนำถั่ว อาหารที่เสริมธาตุเหล็ก และถั่วเปลือกแข็งบางชนิดมาใช้ในมื้ออาหารได้ การกินร่วมกับผักและผลไม้ที่มีวิตามิน C ช่วยให้ดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชได้ ลองคิดถึงการจับคู่วัตถุดิบที่กินตามปกติ เช่น เพิ่มมะเขือเทศหรือบรอกโคลีในมื้อที่มีถั่ว
หากกังวลเรื่องโลหิตจางหรือการขาดธาตุเหล็ก ไม่ควรตัดสินสาเหตุจากความรู้สึกเหนื่อยเพียงอย่างเดียว หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็กเอง ปริมาณที่ต้องการและภาวะขาดธาตุเหล็กขึ้นอยู่กับอายุ การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ ภาวะสุขภาพ และปัจจัยอื่น การได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปก็อาจเป็นอันตราย จึงควรให้ทีมรักษาประเมินรวมถึงตรวจตามความจำเป็น หากแจ้งทั้งอาหารที่กินตามปกติและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่ด้วย จะช่วยให้พิจารณาการได้รับสารอาหารจริงได้ง่ายขึ้น
เมื่อไม่กินนมและผลิตภัณฑ์นม ควรหาแหล่งแคลเซียมอื่น อาจใช้เครื่องดื่มจากพืชที่เสริมแคลเซียม เต้าหู้ที่ใช้สารช่วยให้จับตัวชนิดที่มีแคลเซียม และผักใบบางชนิด ชื่อว่าเครื่องดื่มจากพืชหรือเต้าหู้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกปริมาณแคลเซียมได้ จึงควรตรวจสอบฉลาก แคลเซียมจำเป็นต่อทั้งกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อกับระบบประสาท ส่วนวิตามิน D มีส่วนในการดูดซึมแคลเซียม ลองมองหาแหล่งสารอาหารเหล่านี้ในอาหารที่คุณกินบ่อย
ไอโอดีนจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ เมื่อไม่กินอาหารจากสัตว์ ควรตรวจสอบว่าตามปกติได้รับไอโอดีนจากที่ใด สาหร่ายมีไอโอดีน แต่ปริมาณอาจต่างกันมากตามชนิดและผลิตภัณฑ์ แทนที่จะพยายามให้ได้ปริมาณตามต้องการด้วยการกินสาหร่ายอย่างคอมบุมาก ๆ ควรพิจารณาอาหารทั้งหมดและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่เสริมไอโอดีน การได้รับไอโอดีนมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดปัญหากับต่อมไทรอยด์ได้
สารอาหารแต่ละชนิดมีแหล่งที่มาและวิธีดูแลต่างกัน จึงไม่ควรพยายามแก้ทุกเรื่องด้วยอาหารเพียงชนิดเดียว ลองตรวจสอบทีละอย่าง ทั้งข้อมูลแคลเซียมและ B12 บนฉลากเครื่องดื่มที่กินเป็นประจำ ความถี่ในการกินถั่ว และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หากอยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร กำลังเตรียมอาหารให้เด็กวัยเจริญเติบโต หรือจำเป็นต้องงดอาหารหลายชนิดเพราะภาวะสุขภาพ ควรรับคำปรึกษาที่เหมาะกับช่วงชีวิตนั้น เพราะเป็นกรณีที่นำตัวอย่างอาหารสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปมาใช้ตรง ๆ ได้ยาก
การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และข้อมูลสารก่อภูมิแพ้
คำระบุว่าวีแกน ข้อมูลโภชนาการ และข้อมูลสารก่อภูมิแพ้บอกเรื่องที่ต่างกัน คำว่าวีแกนช่วยในการตรวจสอบการใช้วัตถุดิบจากสัตว์ ส่วนข้อมูลโภชนาการแสดงปริมาณพลังงาน โปรตีน น้ำตาล ไขมัน โซเดียม และสารอาหารอื่น ๆ สำหรับข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ ให้ดูวัตถุดิบที่คุณต้องหลีกเลี่ยงและคำเตือนเรื่องการสัมผัสปนเปื้อน ไม่ควรใช้คำเพียงคำเดียวบนหน้าบรรจุภัณฑ์แทนการตรวจสอบทั้งสามเรื่อง เมื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ควรอ่านด้วยว่าตัวเลขที่ระบุใช้ปริมาณใดเป็นเกณฑ์ ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลโภชนาการอ้างอิงปริมาณอาหารทั้งถุง น้ำหนักที่กำหนด หรือหนึ่งหน่วยบริโภค การนำตัวเลขของบรรจุภัณฑ์เล็กกับใหญ่ไปเทียบกันตรง ๆ อาจทำให้มองข้ามปริมาณที่กินจริง หากเป็นเครื่องดื่มจากพืช ให้ดูปริมาณโปรตีนและสารอาหารที่เสริมตามปริมาณที่ดื่ม แล้วเลือกผลิตภัณฑ์โดยอิงปริมาณที่ใช้กับมื้ออาหารและของว่าง
สำหรับการรับรองวีแกน คุณสามารถตรวจสอบมาตรฐานและขอบเขตการตรวจสอบของแต่ละองค์กรรับรองได้ บางมาตรฐานไม่ได้ตรวจเพียงส่วนประกอบจากสัตว์ในผลิตภัณฑ์ แต่ยังตรวจสอบกระบวนการผลิต การพัฒนาวัตถุดิบ การทดลองในสัตว์ และขั้นตอนลดการสัมผัสปนเปื้อนด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความเครื่องหมายรับรองว่าเป็นการรับประกันว่าไม่มีสารก่อภูมิแพ้เลย ผู้ที่มีอาการแพ้ต้องตรวจสอบส่วนประกอบ คำเตือน และเงื่อนไขการปรุงที่จำเป็นแยกจากการรับรอง
อาหารวีแกนก็อาจมีวัตถุดิบจากพืชที่ก่อภูมิแพ้ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ถั่วเปลือกแข็ง และงา แม้ไม่ได้ตั้งใจใช้วัตถุดิบจากสัตว์ ก็อาจสัมผัสกับนม ไข่ หรืออาหารอื่นในกระบวนการผลิตหรือปรุงได้ คำว่าวีแกนกับคำระบุว่าปราศจากอาหารที่ก่อภูมิแพ้บางชนิดจึงให้ข้อมูลต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อหลีกเลี่ยงอาหารเพราะอาการแพ้ ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยที่เหมาะกับภาวะของตนเองก่อน
แม้เป็นผลิตภัณฑ์ที่กินบ่อย ก็ควรตรวจสอบส่วนประกอบและคำเตือนอีกครั้งเมื่อซื้อ หากเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ให้ดูทั้งคำว่าวีแกนบนด้านหน้าและรายการที่คุณตรวจสอบอยู่เป็นประจำ หากไม่รู้จักส่วนประกอบหรือไม่แน่ใจเรื่องเงื่อนไขการปรุง สามารถถามผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการอาหารอย่างเจาะจงได้ หากคำตอบไม่ชัดเจน ไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากรูปลักษณ์หรือประสบการณ์ที่เคยกินเพียงอย่างเดียว แต่ควรหาทางเลือกอื่นที่ตรวจสอบเงื่อนไขจำเป็นได้
หากอยากนำเครื่องดื่มจากพืชที่ซื้อครั้งแรกมาใช้ทำอาหาร อาจเริ่มจากมื้อเช้าง่าย ๆ แทนที่จะเติมลงในอาหารหลายอย่างพร้อมกัน ลองใส่ผลิตภัณฑ์ไม่เติมน้ำตาลในอาหารจากธัญพืชแล้วกินคู่กับผลไม้ หรือเติมเล็กน้อยลงในเครื่องดื่มที่ชอบเพื่อชิมว่าถูกใจหรือไม่ แม้เป็นเครื่องดื่มจากพืชชื่อเดียวกัน แต่เมื่อกินร่วมกับวัตถุดิบอื่นในมื้ออาหาร แต่ละคนอาจรู้สึกถึงรสชาติต่างกัน นอกจากพิจารณาข้อมูลโภชนาการแล้ว การหาผลิตภัณฑ์ที่ดื่มได้สะดวกและถูกปากไว้ จะช่วยให้วางแผนนำผลิตภัณฑ์ที่เสริมสารอาหารจำเป็นมาใช้ในมื้ออาหารได้ง่ายขึ้น
ความแตกต่างของอาหารปลอดกลูเตนและอาหารที่งดผักกลิ่นฉุนทั้งห้า
วีแกนกับปลอดกลูเตนเป็นคนละเกณฑ์ วีแกนเป็นการกินที่ไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ ส่วนอาหารปลอดกลูเตนเป็นไปตามเกณฑ์อาหารที่เกี่ยวข้องกับกลูเตนซึ่งพบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ และอาหารอื่น ๆ พาสต้าที่ทำจากแป้งสาลีกับน้ำอาจใช้วัตถุดิบจากพืชทั้งหมด แต่ยังมีกลูเตน ในทางกลับกัน แม้เป็นอาหารที่ทำจากข้าว หากใช้นมหรือไข่ก็อาจไม่เหมาะกับการกินวีแกน หากต้องการทั้งสองเงื่อนไข ควรตรวจสอบแยกกัน
อาหารทดแทนเนื้อสัตว์จากพืชก็ต้องตรวจสอบเป็นรายผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์ใช้กลูเตนจากข้าวสาลี จึงไม่ควรเข้าใจว่าคำว่าจากพืชหมายถึงปลอดกลูเตน หากต้องการให้ตรงทั้งเงื่อนไขวีแกนและปลอดกลูเตน ควรตรวจสอบวัตถุดิบหลัก เครื่องปรุง ซอส และเงื่อนไขการสัมผัสปนเปื้อนระหว่างผลิตกับปรุง หากมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องหลีกเลี่ยงกลูเตน ควรแจ้งเหตุผลนั้นแก่ผู้ให้บริการอาหาร และปรึกษาทีมรักษาเรื่องระดับการควบคุมที่จำเป็น
อาหารที่งดผักกลิ่นฉุนทั้งห้าเป็นข้อกำหนดอีกแบบหนึ่งที่หลีกเลี่ยงวัตถุดิบจากพืชบางชนิด เช่น ต้นหอมและกระเทียม อาหารวีแกนใส่กระเทียมและหอมหัวใหญ่ได้ และคำว่างดผักกลิ่นฉุนทั้งห้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่างดผลิตภัณฑ์นมกับไข่ด้วย ขอบเขตของวัตถุดิบที่หลีกเลี่ยงอาจต่างกันตามภูมิภาคและธรรมเนียมการกิน จึงควรแจ้งชื่ออาหารให้ชัดเจน หากต้องการอาหารที่เป็นทั้งวีแกนและงดผักกลิ่นฉุนทั้งห้า ควรบอกทั้งสองเงื่อนไข
ข้อกำหนดอย่างอาหารปลอดถั่วเปลือกแข็งก็ต้องตรวจสอบแยกต่างหาก แม้อาหารวีแกนจะไม่ใช้ถั่วเปลือกแข็ง ก็อาจใช้วัตถุดิบอื่น เช่น ถั่วเหลืองหรือข้าวสาลี หากมีหลายเงื่อนไขร่วมกัน แทนที่จะบอกเพียงว่า “มีอาหารที่กินไม่ได้หลายอย่าง” ควรแจ้งแยกให้ชัดว่าวัตถุดิบใดต้องงด และจำเป็นต้องควบคุมการสัมผัสปนเปื้อนหรือไม่ ผู้เตรียมอาหารจะใช้ข้อมูลนั้นตรวจสอบเมนูและเงื่อนไขการปรุงที่ทำได้จริง

การกินร่วมกันที่บ้านและเมื่อกินอาหารนอกบ้าน
หากอยากเริ่มลองอาหารวีแกนที่บ้าน เลือกอาหารที่ทำบ่อยหนึ่งอย่าง แล้วจดวัตถุดิบทั้งหมด เมื่อเตรียมข้าวกับกับข้าวเต้าหู้ ให้ตรวจสอบเครื่องปรุงที่กินคู่กับเต้าหู้ และเมื่อต้มน้ำแกง ให้ตรวจสอบน้ำสต็อกด้วย ใช้วัตถุดิบที่มาจากพืชอยู่แล้วต่อไป และเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่จำเป็น หากจดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ต้องซื้อก่อนออกไปซื้อของ จะช่วยลดความสับสนจากการซื้อซอสหรือเครื่องดื่มคล้ายกันหลายอย่าง
คุณอาจแบ่งรายการซื้อของเป็นธัญพืช ถั่วหรือเต้าหู้ ผักและผลไม้ และอาหารที่เสริมสารอาหารตามความจำเป็น ลองวางแผนใช้วัตถุดิบในตู้เย็นกับอาหารที่จะกินสัปดาห์นี้ พร้อมกำหนดอาหารที่จับคู่กันสำหรับวันที่มีเวลาทำน้อย การสนใจอาหารวีแกนไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อผลิตภัณฑ์พิเศษทุกอย่าง คุณสามารถใช้วัตถุดิบคุ้นเคย แล้วค่อย ๆ เพิ่มมื้ออาหารที่เหมาะกับความชอบและชีวิตของตนเอง
ที่ร้านอาหาร ควรแจ้งวัตถุดิบที่หลีกเลี่ยงอย่างกระชับก่อนสั่ง เช่น “ขออาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ปลา น้ำสต็อกจากสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ไข่ และน้ำผึ้ง” เพื่อบอกขอบเขตที่ต้องการ หากชื่อเมนูบอกไม่ได้ชัดเจน ให้ตรวจสอบซอส สิ่งที่โรยหรือตกแต่งบนอาหาร และไขมันที่ใช้ปรุงด้วย เมื่อจองร้านหรือเตรียมอาหารสำหรับกลุ่ม การถามล่วงหน้าจะช่วยให้มีเวลาเลือกเมนูที่ร้านทำได้จริง
หากมีอาการแพ้ ควรอธิบายแยกจากคำขออาหารวีแกน ผู้ให้บริการอาหารต้องรู้ว่าคำว่า “ไม่กินนม” เป็นหลักการกิน หรือหมายถึงแพ้นมจนต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสปนเปื้อนด้วย สอบถามให้ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขที่จำเป็น เช่น การใช้กระทะ อุปกรณ์ทำอาหาร และพื้นผิวเตรียมอาหารร่วมกัน แล้วตรวจสอบว่าทำอะไรได้จริง ไม่ควรถือว่าการจัดเมนูไว้ในประเภทอาหารใดประเภทหนึ่งเป็นการรับประกันว่าจะปรุงแยกหรือป้องกันการสัมผัสปนเปื้อนได้
สำหรับอาหารที่จะกินร่วมกับคนรู้จัก แนะนำให้คุยเรื่องส่วนประกอบก่อนมื้ออาหาร แจ้งผู้เตรียมอาหารถึงวัตถุดิบที่หลีกเลี่ยง แล้วลองเสนออาหารที่ทุกคนกินร่วมกันได้หนึ่งหรือสองอย่าง เช่น ข้าว ผัก หรืออาหารจากถั่ว หากจำเป็น ลองคุยว่าแยกซอสและสิ่งที่โรยบนอาหารได้หรือไม่ การคุยตั้งแต่ขั้นเตรียมแทนการเขี่ยวัตถุดิบออกจากอาหารที่จัดเสร็จแล้ว จะช่วยลดสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องคอยตรวจสอบ
สำหรับคนรู้จักที่ลองอาหารวีแกนครั้งแรก คุณสามารถแนะนำวัตถุดิบและวิธีกินได้ บอกให้ชัดเจนว่าเป็นอาหารมะเขือเทศที่ใส่ถั่ว หรือข้าวที่กินคู่กับเต้าหู้และผัก การลองอาหารหนึ่งมื้อกับการตัดสินใจเรื่องวิถีการกินในอนาคตเป็นคนละเรื่องกัน การคุยระหว่างมื้อว่าอาหารใดอร่อยหรือชอบเนื้อสัมผัสแบบใด ยังช่วยในการเลือกเมนูที่จะกินร่วมกันครั้งต่อไปด้วย
เมื่อพบมื้ออาหารที่ชอบ ลองจำวัตถุดิบและวิธีจับคู่ไว้ใช้ในมื้อถัดไป ตรวจสอบส่วนประกอบและสารอาหารของอาหารที่กินบ่อย พร้อมวางแผนให้ได้รับสารอาหารจำเป็นอย่าง B12 อย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากอาหารที่คุ้นเคย แล้วค่อยหามื้ออาหารที่เข้ากับความชอบและชีวิตของคุณ
หากอยากลองอาหารที่ทำจากวัตถุดิบจากพืชนอกบ้าน คุณอาจแวะมารับประทานอาหารที่ Mahina Vegan Table ได้ ลองดูใน เมนูของ Mahina Vegan Table ว่าอาหารคุ้นเคยอย่างพาสต้า เบอร์เกอร์ และพิซซ่าปรุงด้วยวัตถุดิบจากพืชอย่างไร คุณอาจเลือกเมนูร่วมกับคนที่จะมารับประทานอาหารด้วยกัน แล้วลองหารสชาติที่ชอบ





